ฟฟ

 

 วันนี้ (14พ.ย.61) ที่หอประชุมชัยจินดา กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดบุรีรัมย์ พลตำรวจตรีศีรีศักดิ์ ตันตินวะชัย รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 และ นายธีรวัฒน์ วุฒิคุณ ผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ ได้ร่วมกันแถลงผลการจับกุมสมาชิกเพื่อตัดตอนเครือข่ายยาบ้ารายใหญ่ของภาคอีสานตอนล่างได้เพิ่มอีก 4 คน ในพื้นที่เขตรอยต่อระหว่างจังหวัดสุรินทร์และจังหวัดบุรีรัมย์

โดยเป็นการขยายผลจากคดีที่เคยติดตามและจับกุมมาก่อนหน้านี้ โดยผู้ต้องหาที่จับกุมได้เมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ประกอบด้วย นายยุทธศักดิ์ หรือ ยุทธ สยุมพร อายุ 24 ปี ชาว อ.วารินชำราบ จ.อุบลราชธานี นายภักดี หรือใหม่ ปานประสงค์ อายุ 24 ปี ชาว ต.หนองครก อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ และ นายณัฐวุฒิ หรือ จ๊อด เหล่าแค อายุ 22 ปี ชาว ต.โพธิ์ อ.เมือง จ.ศรีสะเกษ ได้พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 29 มัด หรือ 58,000 เม็ด และ ตรวจยึดโทรศัพท์ได้ 4 เครื่อง พร้อมรถยนต์ของกลางขณะที่กระทำความผิด เป็นรถยนต์เก๋งยี่ห้อ ฮอนด้า แจส สีเทา หมายเลขทะเบียน กน 6326 อุบลราชธานี

นอกจากนี้ยังมีผู้ต้องหาที่จับกุมเมื่อวันที่ 13 พฤศจิกายน จากการขยายผลเพิ่มเติม อีก 1 คน คือ ท้าวทา ไชยวงสา อายุ 41 ปี เป็นชาวเมืองสองคอน แขวงสะหวันนะเขต สปป.ลาว พร้อมของกลางประกอบด้วย ยาบ้า 1 มัด 2,000 เม็ด รถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้ารุ่นแอคคอร์ด สีเทา หมายเลขทะเบียน กง 8812 อุบลราชธานี

รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 กล่าวว่า ปัจจุบัน เส้นทางลำเลียงยาเสพติดจากประเทศเพื่อนบ้าน ที่เคยใช้พื้นที่ภาคเหนือ ถูกเจ้าหน้าที่กดดันอย่างหนัก จึงเปลี่ยนมาเปิดเส้นทางลำเลี้ยงทางภาคอีสานของไทยมากขึ้น เพราะถึงอย่างไรประเทศไทยก็เป็นตลาดและเส้นทางผ่านไปสู่ประเทศอื่นๆด้วย อย่างไรก็ตามในครั้งที่จับกุมได้ล่าสุด เป็นการจับกุมผู้ส่งสินค้า หรือที่เรียกว่า นักบิน ถือเป็นการตัดตอนเครือข่ายก่อนที่ยาบ้าจะถูกสงแพร่กระจายออกไป และพบว่า ราคาส่งของยาเสพติด มีต้นทุนที่น้อยลงเพียงแค่เม็ดละไม่ถึง 5 บาท แต่เนื่องจากถูกทางการปราบปรามอย่างหนัก หากยาบ้าเหล่านี้เล็ดรอดออกไปถึงผู้ซื้อได้ ราคาจะเพิ่มสูงขึ้นถึง 100 เท่าทันที และตอนนี้ทราบแล้วว่า ในขบวนการเครือข่ายมีใครบ้าง ทั้งคนไทย และ ต่างชาติ จะได้ขยายผลจับกุมมาดำเนินคดีต่อไป

ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดบุรีรัมย์ กล่าวว่า จากข้อมูลพบว่า จังหวัดบุรีรัมย์ไม่ใช่พื้นที่ที่มีการแพร่ระบาดของยาเสพติดโดยตรง แต่เป็นเส้นทางผ่านของยาเสพติดจากพื้นที่ชายแดนเข้าสู่ภาคกลาง อย่างไรก็ตามนโยบายที่ทางจังหวัดให้แก่หน่วยงานต่างๆไปปฏิบัติ เน้นทั้งมาตรการ ป้องกัน ปราบปราม บำบัดฟื้นฟู ซึ่งเริ่มต้นจากการป้องกันเน้นไปที่การให้ความรู้แก่เด็กและเยาวชนไม่ให้หลงเข้าไปในวงจรของยาเสพติดเหล่านี้ โดยใช้โครงการต่างๆ เช่น โครงการทูบีนัมเบอร์วัน ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ที่ให้เด็กเยาวชน และชุมชน มีกิจกรรมได้ทำ เกิดรายได้ และกล้าแสดงออกในทางสร้างสรรค์เข้ามาช่วยด้วย

 

แหล่งข้อมูล :  เพจ @สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบุรีรัมย์/ 14 พฤศจิกายน เวลา 15:36 น.

 
     

 

Go to top

“บุรีรัมย์สันติสุข บนความพอเพียง เพื่ออนาคตลูกหลานชาวบุรีรัมย์ ครอบครัวเดียวกัน สายเลือดเดียวกัน ลูกหลานรัชกาลที่ ๑”