บุรีรัมย์ - เจ้าของปั้มน้ำมันที่บุรีรัมย์ เปิดพื้นที่ให้ชาวนานำข้าวสารไปขาย โดยไม่คิดค่าใช้จ่าย เป็นการช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและช่วยเหลือชาวนาในห้วงที่ข้าวเปลือกราคาถูก ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช วันแรกมีนักธุรกิจค้าวัสดุก่อสร้างเหมาข้าวสาร 500 ถุง นำไปแจกจ่ายลูกน้อง ลูกค้า และประชาชนทั่วไป

         เมื่อวันที่ 1 พ.ย.59 หลังจากกระแสข้าวเปลือกมีราคาตกต่ำ เกษตรกรขายได้กิโลกรัมละ 5-6 บาท สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวนาเป็นวงกว้าง โดยเฉพาะเกษตรกรในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่กำลังเก็บเกี่ยวข้าวเปลือกอยู่ในขณะนี้ ซึ่งส่วนใหญ่ปลูกข้าวหอมมะลิชั้นดี แต่ขายได้ราคาต่ำกว่าทุน โดยเกษตรกรได้พยายามหาแนวทางช่วยเหลือตัวเองด้วยวิธีการต่างๆนั้น

         ล่าสุดที่ นายวิเชียร วงศ์วิกรม ผู้บริหาร หจก.วงศ์วิกรมปริโตเลียม หรือที่รู้จักกัน ปั้มน้ำมัน ปตท.สาขาสวายจีก ถนนสายบุรีรัมย์-สุรินทร์ บริเวณบ้านสวายจีก ต.สวายจีก อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ได้นำเต้นขนาด 4 x 20 เมตร มากางตั้งไว้ภายในบริเวณปั้มน้ำมัน ใกล้กับร้านจำหน่ายอาหารทั่วไป พร้อมติดป้ายข้อความ “ช่วยชาวนาตามรอยพ่อหลวง” เพื่อเป็นพื้นที่ให้สำหรับชาวนาได้นำข้าวเปลือกที่ผ่านกระบวนการสีเป็นข้าวสาร มาวางจำหน่ายฟรีโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น โดยนายวิเชียร ได้แจ้งให้ผู้นำชุมชนบริเวณใกล้เคียงทราบเพียงวันเดียว เริ่มได้มีชาวนาทยอยนำข้าวสารมาขายแล้ว ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา ก็มีประชาชนที่มาแวะเข้าปั้มน้ำมันเห็นเกษตรกรนำมาวางจำหน่าย ต่างทยอยเข้ามาอุดหนุน เนื่องจากเห็นว่าเป็นข้าวสารคุณภาพดีและราคาถูกกว่าท้องตลาดโดยทั่วไป

         นายวิเชียร กล่าวว่า สาเหตุที่ตนได้เปิดพื้นที่ภายในปั้มน้ำมัน ให้ชาวนานำข้าวสารมาจำหน่ายฟรีโดยไม่คิดค่าเช่าที่นั้น เพื่อต้องการช่วยเหลือและแบ่งเบาภาระของชาวนา เนื่องจากราคาข้าวเปลือกที่ตกต่ำ จึงหาวิธีช่วยเหลือชาวนาโดยการเปิดพื้นที่ภายในปั้มน้ำมัน เป็นสถานที่สำหรับชาวนานำข้าวสารมาจำหน่ายโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย ซึ่งทางปั้มได้นำเต้นท์ผ้าใบจำนวน 2 หลังมากางไว้ เพื่อป้องกันแดดฝนไว้เป็นที่สำหรับชาวนาจำหน่ายข้าวสาร ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยตั้งใจจะช่วยเหลือไปจนกว่าราคาข้าวเปลือกจะสูงขึ้น หรือรัฐมีนโยบายช่วยเหลือ หรือจนกว่าข้าวของเกษตรกรจะหมดในฤดูกาลนี้ อย่างไรก็ตามหากชาวนาหรือเกษตรกรได้รับความเดือดร้อนในลักษณะนี้อีก ก็พร้อมจะช่วยเหลือลักษณะดังกล่าวต่อไป

         นายวิเชียร กล่าวต่ออีกว่า“จากปกติเราให้ผู้ที่นำสินค้ามาจำหน่ายภายในปั้ม จะคิดค่าเช่าวันละ 200 บาท ต่อเนื้อที่ 2 ตารางเมตร แต่เมื่อเห็นชาวนาเดือดร้อน จึงสละที่บริเวณในปั้มประมาณ 120 ตารางเมตร พร้อมเต้นท์มากางให้ชาวนาได้นำข้าวสารมาขายโดยไม่คิดค่าเช่า โดยผู้ที่จะนำข้าวสารมาขายจะต้องเป็นชาวนาจริง ปลูกข้าวเองนำข้าวของตัวเองมาขาย และจะต้องขายในราคาเดียวกัน คือข้าวหอมมะลิใหม่กิโลกรัมละ 25 บาท ซึ่งเป็นราคาที่ถูกกว่าท้องตลาดทั่วไป ที่ขายอยู่ราคาประมาณ 30-35 บาทต่อกิโลกรัม”

        ขณะที่ นายวัลลภ เรืองสุขศรีวงศ์ นักธุรกิจร้านวัสดุก่อสร้างใน จ.บุรีรัมย์ บอกว่า พอเห็นสถานการณ์ราคาข้าวตอนนี้ รู้สึกเป็นห่วงและสงสารชาวนาเป็นอย่างมาก และผ่านเข้ามาเติมน้ำมันพอดีก็เห็นมีเต้นท์ติดป้ายข้อความ “ช่วยชาวนา ตามรอยพ่อหลวง” จึงเข้ามาดูและทราบว่าทางปั้มได้เปิดเป็นที่ให้ชาวนานำข้าวสารมาขายโดยไม่คิดค่าที่ฟรี จึงช่วยอุดหนุนชาวนา โดยสั่งซื้อข้าวสารจำนวน 500 ถุงๆละ 2 กิโลกรัม ไว้เพื่อนำไปบริโภคเองส่วนหนึ่ง และนำไปแจกจ่ายลูกน้องกับลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการภายในร้าน รวมถึงประชาชนทั่วไป เพื่อต้องการช่วยเหลือเกษตรกรและสานต่อเจตนาของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงห่วงประชาชนทุกคนมาโดยตลอด.

 
  ข้อมูล : @ สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดบุรีรัมย์  

 

 

 

 

Go to top

“บุรีรัมย์สันติสุข บนความพอเพียง เพื่ออนาคตลูกหลานชาวบุรีรัมย์ ครอบครัวเดียวกัน สายเลือดเดียวกัน ลูกหลานรัชกาลที่ ๑”